หมอประกิต อัด รมช.สธ. ผุดไอเดียลดภาษียาเส้น เตือนเอาใจพ่อค้าไม่สนสุขภาพคน!

172

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มีแนวคิดจะลดภาษีสรรพสามิตยาเส้นลงตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ที่ปัจจุบันที่จัดเก็บภาษี 0.1 บาทต่อกรัม ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 0.005 บาทต่อกรัมว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการปรับลดภาษียาเส้นเป็นอย่างยิ่ง

เนื่องจากการขึ้นภาษียาเส้นกรมสรรพสามิตได้ศึกษาอย่างรอบคอบและเตรียมการมาหลายปีแล้ว และภาษีที่ขึ้นไป เพียงแต่ส่งผลให้ราคาขายปลีกยาเส้นเพิ่มขึ้น ซองละ 2 บาท จากเดิม 10 เป็น 12 บาท หรือซองเล็กจาก 5 บาทเป็น 7 บาท ยาเส้นหลายยี่ห้อราคาขายปลีกก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยด้วยซ้ำ แสดงถึงว่าภาษีที่ขึ้นจัดว่าน้อยมาก และข้อเท็จจริงแล้ว ชาวไร่ยาสูบไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าคนกลางที่ขายยาเส้น

ที่สำคัญคนไทยที่สูบบุหรี่ยาเส้น มีถึงเกือบ 5 ล้านคน ซึ่งมาตรการภาษีเป็นการป้องกันและทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง รัฐบาลต้องรู้ว่า ทุกวันนี้ มีคนไทยมากกว่า 1 ล้านคนที่ป่วยจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ แม้ยังมีชีวิตอยู่แต่ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรค การการเจ็บป่วยจากการสูบบุหรี่ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ

โดยเฉพาะโรงพยาบาลของรัฐบาล เพราะคนสูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นคนจน ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุขต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่เกิดจากบุหรี่แต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล สูงกว่ารายได้จากภาษีที่รัฐจัดเก็บได้

ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า การจัดการปัญหาเรื่องยาสูบ มี 2 ด้าน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะเลือกด้านไหน ระหว่างรัฐบาลอยากปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยสนับสนุนให้คนสูบบุหรี่น้อยลง ลดคนที่จะป่วยจากโรคที่เกิดจากสูบหรี่ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณการรักษาพยาบาล ลดความแออัดของระบบบริการ

นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่รัฐบาลต้องอุดหนุนทั้งผู้ป่วยบัตรทอง และสวัสดิการข้าราชการแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศด้วย หรือรัฐบาลจะเอาใจพ่อค้าคนกลางที่มักจะอ้างชาวไร่ยาสูบบังหน้า โดยลดภาษี ชะลอการขึ้นภาษี โดยไม่สนใจสุขภาพของประชาชน ซึ่งหากเลือกอย่างหลัง แล้วคนไทยจะสูบบุหรี่ลดลงได้อย่างไร คนเจ็บป่วยจะน้อยลงได้อย่างไร

“รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รับปากช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบ โดยยอมลดภาษีทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศขึ้นไปแล้ว ถือเป็นการเดินถอยหลัง และยังขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาควบคุมยาสูบด้วย หากจะแก้ปัญหาชาวไร่ยาสูบเดือดร้อนจากการที่คนสูบบุหรี่ลดลงจากการขึ้นภาษี สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบปลูกพืชทดแทน หรือทำอาชีพอื่น ไม่ใช่กลับไปลดภาษีหรือชะลอการขึ้นภาษียาสูบ ตามคำเรียกร้องของบริษัทบุหรี่” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า กษัตริย์บรูไนเคยกล่าวว่า การแก้ปัญหายาสูบนั้น ยาสูบก่อให้เกิดรายได้ มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ แต่อีกทางหนึ่ง ยาสูบก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิต ทางออกทางเศรษฐกิจมีทางเลือกหลายทาง แต่สุขภาพและชีวิต เรามีทางเลือกหรือ เมื่อเราป่วยขึ้นมาจึงชัดเจนว่า ระหว่างผลดีทางเศรษฐกิจ ที่เรามีทางเลือกมากมายกับสุขภาพและชีวิต เราต้องเลือกสุขภาพและชีวิต