เปิดนาที จยย.ใช้มีดแทงอก ลุงขับแท็กซี่ เล่าระทึก เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ตร.เร่งตามล่า

80

วันที่ 19 ส.ค. นายกิติพงษ์ มากจงดี อายุ 53 ปี คนขับแท็กซี่ ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เริงศักดิ์ เพชรเขียว รอง สว.(สอบสวน) สน.แสมดำ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและชี้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง โดยนายกิติพงษ์ ให้การว่า วันเกิดเหตุตนกำลังจะขับรถเข้าบ้าน ระหว่างทาง มีรถ จยย.คันหนึ่งขับมาปาดหน้าซึ่งตนเบรกได้ทัน ขณะนั้นตนขับมาเรื่อยๆ จากนั้นรถ จยย.คันดังกล่าวได้ขับมาทางขวามือ แล้วก็มาทุบรถตน แล้วก็ปาดหน้าอีกครั้ง ตนจึงได้หักหลบและพยายามเบรก แต่เบรกไม่ทัน ทำให้ชนกับรถ จยย. จากนั้น ตนได้ลดกระจกลงเพื่อจะพูดคุยเจรจาและจะเรียกประกันให้

แต่คู่กรณีไม่ฟังใช้หมัดชกตนและใช้มีดแทงเข้ามาที่อก พอตนขยับรถเข้าข้างทางและลงจากรถไปพยายามเจรจาอีกก็ยังทำร้ายไม่หยุด แถมด่าด้วยความเกรี้ยวกราด แล้วก็ยังพยายามเดินไปเดินมาบอกชาวบ้าน ว่า ที่ต้องลงมือทำร้ายตนเพราะตนบีบแตรไล่ และถูกตนชนท้าย คู่กรณีบอกคนในละแวกนั้นว่าตนเป็นฝ่ายผิด หลังจากนั้นมีรถกู้ภัยของ อปพร.มาถึงจุดเกิดเหตุ คู่กรณีจึงรีบขี่ จยย.หลบหนีไป

นายกิติพงษ์ ให้การต่อว่าย ตอนนี้ยังรู้สึกเจ็บศีรษะอยู่ แพทย์เย็บแผลให้ 3 เข็ม โชคดีที่คมมีดของคู่กรณีไม่ทะลุถึงอกเพราะติดธนบัตรปึกแบงก์ 20 ใบ ราคา 640 บาท ทำให้มีดไม่ทะลุ หากไม่มีธนบัตร ตนคงบาดเจ็บมากกว่านี้ ขับรถแท็กซี่มา 10 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย ตนไม่ได้กลัว แต่ว่ารู้สึกเป็นห่วงชีวิตตัวเองมากขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังจากนี้ ตนก็จะพยายามไม่บีบแตรอะไร เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก

นายกิตติพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขับแท็กซี่มาสิบปีไม่เคยปฏิเสธผู้โดยสาร ไม่เคยถูกร้องเรียน แต่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ที่น่าน้อยใจที่สุดคือช่วงเกิดเหตุที่ถูกต่อยล้มสลบไป เพื่อนแท็กซี่ด้วยกันผ่านไปผ่านมาไม่คิดจะช่วยเหลือเพื่อนอาชีพเดียวกันเลย ถ้าเป็นผม ผมจะจอดรถลงมาช่วยลงมาดู ถูกผิดค่อยว่ากัน ดีที่มีวิยจยย.มาช่วยไม่เช่นนั้นคงตายหรือหนักกว่านี้ เรื่องนี้ผมไม่ยอมผมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ ผกก.สน.แสมดำ กล่าวว่า วันนี้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำ เพื่อยืนยันลักษณะของอาวุธและการก่อเหตุของคนร้ายว่าเล็งเห็นผลขนาดไหน พยายามฆ่าหรือไม่ เพื่อแจ้งข้อหาต่อไป และให้พนักงานสอบสวนเก็บหลักฐานภาพถ่ายผู้เสียหายในที่เกิดเหตุเอาไว้ วันนี้ได้ตีกรอบให้ฝ่ายสืบสวนแล้วคดีต้องมีความคืบหน้าเนื่องจากพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน รถที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนดูแล้วคนร้ายน่าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ตอนนี้แม้ยังไม่ทราบตัวคนร้าย แต่การไล่กล้องวงจรปิดทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ประกอบกับการนำภาพถ่ายคนร้ายไปลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ในละแวกดังกล่าวก็น่าจะมีประโยชน์ต่อรูปคดีพอสมควร

ขณะที่ พล.ต.ต.กัมปนาท โสภโณดร ผบก.น.9 เปิดเผยว่า รับรายงานเรื่องคดีดังกล่าวแล้วได้สั่งการให้ตำรวจ สน.แสมดำ เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร เชื่อว่าจะจับคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามตนอยากจะเตือนพี่น้องประชาชนคนไทยผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน อยากให้ใช้ความเอื้ออาทรบนท้องถนนต่อกัน หนักนิดเบาหน่อยขอให้ทำใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดค่อยจา ทุกอย่างจะจบด้วยดี ถ้าเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นมาแล้วก็จะลำบาก เสียทั้งเวลา ถูกดำเนินคดีเสียอนาคต ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอีกสักระยะยืนยันจะนำตัวคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมายให้ได้