‘พุทธิพงษ์’ สั่งไปรษณีย์ปฏิรูปองค์กร ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับแข่งดุสู้เอกชน

174
‘พุทธิพงษ์’ สั่งไปรษณีย์ปฏิรูปองค์กร ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้า รับแข่งดุสู้เอกชน พยุงรายได้ไม่หด-ส่งแผนให้กระทรวงภายใน 1 เดือน

สั่งไปรษณีย์ปฏิรูปองค์กร – นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ได้ลงพื้นที่เพื่อดูการทำงาน พร้อมมอบนโยบายให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้การขับเคลื่อนของไปรษณีย์ไทยสามารถแข่งขันได้ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาองค์กรอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันกับคู่แข่ง เพราะจากข้อมูลที่ตนได้รับบริษัทเอกชนมีการเติบโตอย่างมาก และมีการส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากขึ้น หากไปรษณีย์ไทยไม่มีการปรับปรุงอาจจะส่งผลกระทบกับรายได้ในอนาคต

ดังนั้นจึงมอบนโยบายและแนวทางการปรับปรุง โดยไปรษณีย์ไทยจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการ และต้องมีความโปร่งใส พร้อมกันนี้ให้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย อาทิ อาวุธ ยาเสพติด หรือสิ่งต้องห้ามอื่นๆ เหมือนกับต่างประเทศ เพราะเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบจะต้องสามารถทำได้ตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และตัวเจ้าหน้าที่คัดแยกเอง

รวมทั้งในกระบวนการทำงานด้านอื่นๆ จำเป็นจะต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มเติมเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยจัดทำแผนการปรับปรุง ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือสถานการณ์ในอนาคตได้ และนำเสนอกระทรวงฯ ภายใน 1 เดือน เพื่อกระตุ้นการทำงาน และเป็นการแสดงให้เห็นว่าไปรษณีย์ไทยไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง อย่างไรก็ดี เชื่อมั่นว่าไปรษณีย์จะสามารถปรับตัวได้ เพราะมีจุดแข็งหลายด้าน โดยเฉพาะบุคลากรที่มีความชำนาญ

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยจะต้องมีการพัฒนาระบบ บิ๊ก ดาต้า (BIG DATA) หรือการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้บริการมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยให้ไปรษณีย์รับรู้ถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค พร้อมนำมาพัฒนาเป็นงานบริการใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์และทันกระแสกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะยกระดับองค์กรให้มีศักยภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง

ส่วนอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ การร้องเรียนต่างๆ นั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนผู้ใช้บริการ โดยที่ผ่านมากระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้กำชับให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร ดำเนินการภายใต้กรอบเวลา เพื่อให้ทุกอย่างโปร่งใส เบื้องต้นอาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อตรวจสอบให้รอบคอบ และรวบรวมเอกสารต่างๆ เพื่อที่จะชี้แจง โดยการดำเนินการจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ที่ถูกร้องเรียนและผู้ร้องเรียน ซึ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามระบบ หากตรวจสอบแล้วพบความผิด ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ และนโยบายการเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาล รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ