เปิดใจลุงจรูญ 2 ปีแห่งความคับแค้นใจ เตรียมถอนเงิน 24 ล้าน ลั่นฟ้องกลับยกแผง

215

ลุงจรูญ / จากกรณีข้อพิพาท “หวย 30 ล้าน” ระหว่าง “ครูปรีชา ใคร่ครวญ” และ “ลุงจรูญ วิมล” ซึ่งครูปรีชายื่นให้ศาลไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว ด้วยการอายัดเงินเงินในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองกาญจนบุรี ของหมวดจรูญ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งอายัด ล่าสุดวันนี้ศาลกาญจนบุรีได้นัดฟังคำพิพากษา ยกเลิกคำสั่งอายัดเงินหวย 30 ล้านเรียบร้อยแล้ว ปิดเกมหวยอลเวง

ล่าสุดรายการโหนกระแสวันที่ 23 ส.ค โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัดออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45 – 14.25 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ ลุงจรูญ วิมูล, ป้าลาวัลย์ วิมูล มาพร้อม ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขามูลนิธิทนายประชาชน

ทนายตั้ม : “ก็ต้องยินดีนะครับ ตอนนี้คุณลุงไม่มีใครมาอายัดเงิน คุณลุงก็ใช้เงินได้แล้ว สู้มาเกือบสองปี”

ตอนนั้นลุงบอกว่าถูกเขาอายัดไว้เท่าไหร่?
ลุงจรูญ : “24 ล้านบาท เพราะถอนใช้ไปส่วนหนึ่ง”

ล่าสุดทนายตั้มไปยื่นอะไรยังไง?
ทนายตั้ม : “ก็คดีแพ่งที่มีการอายัด สืบเนื่องจากครูปรีชาฟ้องลุงจรูญเรื่องของละเมิดเงิน 30 ล้าน เขาก็ขอคุ้มครองเงินชั่วคราวก่อนศาลพิพากษา โดยขอให้ศาลสั่งอายัดเงินไว้ก่อน แล้วมีการไต่สวนไป เมื่อตอนธ.ค.ปี 60 ตอนนั้นเขาไต่สวนไปฝ่ายเดียว เราไม่มีโอกาสชี้แจงอะไร ศาลก็มีคำสั่งอายัดมา

หลังจากที่คดีหลัก คดีอาญาที่เขาฟ้องลุงจรูญยักยอกทรัพย์ รับของโจร ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ตอนแรกเราก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับคดีแพ่งหรอก แต่ทางฝ่ายนั้น ผมเห็นเขาไปออกรายการและพูดท้าทายว่าถ้าลุงจรูญชนะ ก็ไปถอนเงินออกสิ ถ้ามั่นใจ ผมก็เลยหรือเราไปถอนดีกว่าลุงจรูญ (หัวเราะ)”

มีคำพูดว่าศาลท่านสั่งว่าหวยไม่ใช่ของครูปรีชา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นของลุงจรูญ?
ทนายตั้ม : “จริงๆ ก็เป็นของลุงจรูญอยู่แล้ว ถ้ามากล่าวอ้างว่าเป็นของตัวเองก็ต้องสืบให้ได้ แต่เขาสืบไม่ได้ในคดีนั้น พอเราชนะคดีอาญาเสร็จ เราได้ยินคำท้าทายเขา เราเลยไปยื่นคำร้องในคดีแพ่ง แต่จริงๆ แล้วคดีแพ่ง เขามีคำสั่งว่า ศาลท่านจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวก่อน

แต่ถ้าเราจะรื้อฟื้นคดี ในคำสั่งเขาระบุว่าต้องรอคดีสิ้นสุด แต่ทีนี้เราหาช่องทางทางกฎหมาย อันนี้ต้องชื่นชมทนายอาคม ที่ไปด้วยกัน เขาหาช่องทางกฎหมายมาจนได้ ว่าเรื่องนี้เราสามารถขอยกเลิกคำสั่งได้ เราจะอ้างเหตุว่าพฤติการณ์และข้อเท็จจริง ที่ศาลมีคำสั่งอายัดเงินลุงจรูญได้เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนแปลงไปอยางแรกเลย ศาลพิพากษาแล้วว่าครูปรีชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสลาก .

อีกอันคือตอนครูปรีชาไปไต่สวนฝ่ายเดียวตอนนั้นที่ขออายัดเงิน ครูปรีชาเบิกความไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเขาไปอ้างที่ศาลว่าทางคุณลุงจรูญเมื่อรู้ว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ที่สภ.เมืองกาญจน์แล้วคุณลุงถึงไปเบิกเงิน แต่แนวทางนำสืบกับพยานหลักฐาน จริงๆ คุณลุงไปเบิกเงินตั้งแต่ 6 พ.ย. หลังจากถูกหวย ได้เงินมาแล้ว 3 วัน วันที่ 6 เบิกสามล้านก่อน วันที่ 28 พ.ย. คุณลุงเบิกไปซื้อรถอีก 2 ล้าน รวมเป็น 5 ล้าน”

ย้อนกลับมา ถ้าฝั่งนั้นบอกทำไมไม่ไปถอนอายัดตั้งแต่แรก?
ทนายตั้ม : “เราต้องเสนอพยานหลักฐานในคดีอาญาให้เสร็จสิ้นกระบวนความก่อน ถ้าเราไปตอนนั้น เทากับเราเอาพยานหลักฐานในคดีอาญามาเปิด เขาจะรู้ก่อน เพราะลุงจรูญไม่รีบร้อนใช้เงินอยู่แล้ว รอให้นำพยานหลักฐานเข้าไป จนศาลมีคำพิพากษา แล้วเอาคำพิพากษานี้มายื่นคำร้องในคดีแพ่ง มันก็จะง่ายโดยไม่ต้องนำสืบอะไรมากมายเลย”

ตอนนี้เป็นไงบ้าง?
ลุงจรูญ : “ดีใจนะ ความจริงที่คลุมเครือมานานเกือบ 2 ปี เปิดเผยซะที ตอนนี้น่าจะครบถวนสมบูรณ์แล้วนะ แต่ช่องทางดำเนินการต่อไป ในส่วนพวกเรา เดี๋ยวต้องปรึกษาทีมทนายความก่อน”

เงินทั้งหมดไม่ใช่เอาไปให้ศาล เงินอยู่ในธนาคาร แต่ศาลสั่งห้ามเบิกถอน วันนี้ต้องรอคำสั่งศาลยื่นไปที่ธนาคารเพื่อปลดล็อก ลุงก็ถอนเงิน ทางฝั่งโน้นมีสิทธิ์ไปขออุทธรณ์ ขอให้ศาลอายัดต่อได้มั้ย?

ทนายตั้ม : “มีสิทธิ์อุทธรณ์ได้ ก็ขอให้ศาลชะลอการบังคับ คือส่งคำสั่งไปทางธนาคาร ให้คำสั่งอายัดยังคงเดิมอยู่ แต่ศาลท่านจะมีคำสั่งแบบนั้นหรือเปล่า ผมมั่นใจว่าคงจะไม่ เพราะข้อเท็จจริงที่เรานำพิสูจน์กันมาค่อนข้างชัดเจนแล้ว คงไม่มีอะไรมากลั่นแกล้งลุงจรูญได้อีก”

รู้สึกยังไงบ้าง?
ทนายตั้ม : “สองปีที่เราสู้คดีมา มันผ่านมาทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนแรกที่ไม่มีอะไรเลย ตอนอยู่สภ.เมืองกาญจน์ เราสู้กันเองแค่นี้ เอกชนไปสู้กับรัฐ ทางฝ่ายตร.ตอนนั้นเขาเชื่อครูปรีชา จนเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมา กองปราบยอมทำคดีนี้ เราไม่มีพยานหลักฐานอะไรต่างๆ เหมือนเป็นสตอรี่ยาวนานมากกว่าจะจบ ร่วมสองปี”

คุณป้าเป็นไงบ้าง?
ป้าลาวัลย์ : “ณ เวลานี้โล่งมากๆ ตั้งแต่วันที่มาร้องออกสื่อ ไม่เคยร้องอีกเลย วันนี้ดีใจ คิดว่าตรงนี้น่าจะสุดแล้ว ไม่มีอะไร”

ถ้าเขากัดไม่ปล่อย?
ทนายตั้ม : “ก็สิทธิ์ของเขา เป็นไงก็มาดูผลเอาเอง”

ฟ้องทั้งหมดกี่คดี?
ทนายตั้ม : “เอาที่ดำเนินคดีกันเองก่อน ผมมีฟ้องตรงเรื่องเดียว แต่เขาฟ้องมาเกือบสิบได้ คดีอาญาคือคดีที่เพิ่งจะยกฟ้องไป ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ศาลบอกมีมูล เรื่องที่คุณลุงจรูญยักยอกหรือรับของโจร แต่ในชั้นพิจารณาในที่สุดศาลก็มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ว่ายกฟ้อง ครูปรีชาไม่เกี่ยวข้องกับสลาก รออุทธรณ์อยู่ เพราะเขาอุทธรณ์อยู่แล้ว ดูจากการที่เขาให้สัมภาษณ์สื่อ”

ถ้าเขาอุทธรณ์ เงินถอนมาแล้ว ลุงเอาไปใช้เรียบร้อย อุทธรณ์กลับทำไง?
ทนายตั้ม : “เขาก็มาฟ้องลุงเรียกค่าเสียหายเอาแทน เป็นฟ้องคดีแพ่งธรรมดา เรียกค่าเสียหาย หากศาลตัดสินว่าฝั่งนั้นชนะ ลุงก็ต้องหาเงินมาชดใช้เขาถ้าไม่มีก็ต้องหาทรัพย์ยึด ประมาณนี้”

คดีต่อมา?
ทนายตั้ม : “คดีอาญาอีกเช่นกัน ครูปรีชาฟ้องผมและลุงจรูญในเรื่องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา คดีแรกฟ้องลุงจรูญ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าคนที่เลวโดยสันดาน การศึกษาก็ช่วยไม่ได้ ปรากฏว่าครูปรีชาไปฟ้อง ศาลไต่สวนมูลฟ้อง มีคำพิพากษายกฟ้อง ไม่มีมูล แล้วคดีถัดมาเป็นคดีที่ครูปรีชาฟ้องผมในเรื่องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการที่ผมไปโพสต์ข้อความ 3 โพสต์ แต่ครูปรีชาเขาถอนฟ้องเอง”

มีอีกมั้ย?
ทนายตั้ม : “มีป้าบ้าบิ่น ฟ้องผมกับลุงจรูญคู่กันหนึ่งคดี ในเรื่องแจ้งความเท็จ ในการที่ผมไปแจ้งความป้าบ้าบิ่นขายสลากเกินราคา ตั้งแต่ธ.ค.ปี 60 เขาบอกว่าผมไปแจ้งเขาไม่เป็นความจริง แต่ผมก็บอกผ่านสื่อไปว่าการมีความผิดฐานแจ้งความเท็จได้ต้องเป็นข้อสาระสำคัญในคดี

ส่วนเจ๊บ้าบิ่นจะสู้ว่าขายให้คนโน้นคนนี้ ไม่ได้ขายให้ลุงจรูญ ขายในราคาเท่าไหร่ มันไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสาระสำคัญคือเจ๊บ้าบิ่นรับสารภาพว่าขายเกินราคาจริง ซึ่งตอนหลังศาลมีคำพิพากษาายกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีไม่มีมูล”

มีอีกมั้ย?
ทนายตั้ม : “มี เจ๊บ้าบิ่นฟ้องแยกผม 1 คดี กับลุงจรูญอีก 1 คนคดี ฟ้องผมเรื่องให้การเท็จ ฟ้องลุงจรูญให้การเท็จเรื่องที่แจ้งความเท็จนี่แหละ เขาแยกมาสองเรื่อง แต่มันคืออันเดียวกัน”

มีอะไรอีก?
ทนายตั้ม : “นายแผนฟ้องลุงจรูญ เขาบอกว่าทำให้เขาเป็นผู้ต้องหาของกองปราบดำเนินคดีแจ้งความเท็จก็ดำเนินคดี ฟ้องคุณลุงว่าแจ้งความเท็จ ก็รอไต่สวนมูลฟ้อง ต้นกันยานี้ แล้วมีคดีแพ่งที่เพิ่งถอนอายัดไป เรื่องเนื้อคดีว่าใครเป็นเจ้าของจริง ยังไม่ได้มีการสืบพยาน”

เรื่องใครเป็นเจ้าของสลากยังไม่จบเหรอ?
ทนายตั้ม : “จริงๆ แล้วคดีแพ่งต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎในคดีอาญา ในเมื่อคดีแพ่งรอคดีอาญาถึงที่สุดอยู่ เดี๋ยวพอถึงเวลาสมมติคดีอาญา คดีหลักถึงที่สุดแล้ว เราก็เอาคำพิพากษามาใช้ในคดีแพ่ง โดยไม่ต้องไปสืบอะไรมาก”

มีอีกมั้ย?
ทนายตั้ม : “มีคดีที่ผมเคยฟ้องเขาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลย ไปฟ้องว่าพวกเขาเบิกความเท็จกันพวกพยาน พวกครูปรีชา เจ๊บ้าบิ่น เจ๊พัช เบิกความเท็จในชั้นไต่สวนฉุกเฉิน ขออายัดเงินคุณลุง แต่ศาลท่านจำหน่ายคดีไว้ให้รอคดีหลัก แล้วผมไปฟ้องคดีนี้ เขาก็ฟ้องสวนผมทันทีว่าผมฟ้องเท็จ โดยเอาผมเป็นจำเลยร่วมกับลุงจรูญ ศาลก็ยกไปทั้งนั้น เขาถอนเองอันนึง แล้วก็รอกำลังจะตัดสิน”

ตัวละครแวดล้อมฟ้องกันไปมา ลุงโดนฟ้องกี่คดี?
ลุงจรูญ : “ที่เขาแยกฟ้องทนาย ที่เหลือก็เป็นของผมทั้งหมด”

เหนื่อยมั้ย?
ลุงจรูญ : “เหนื่อยใจ”

คุ้มมั้ย?
ลุงจรูญ : “ถ้าพูดว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม มันไม่คุ้มอยู่แล้ว จริงๆ ผมไม่ควรมาโดนเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นของเราตั้งแต่แรก เสียเวลา เสียทุกอย่าง คนต่อว่าก็มีครับ คนไม่เข้าใจก็มี ไม่คุ้มเลย จริงๆ มันไม่น่าโดน”

มีกลุ่มแฟนคลับฝั่งโน้นมักมองว่าลุงเป็นตำรวจ ทำไมจำไม่ได้ว่าซื้อที่ไหน?
ลุงจรูญ : “ก็ได้ยิน จริงๆ ที่ผมซื้อแทบทุกครั้ง ผมไม่เคยสนใจเลยว่าแม่ค้าหน้าตาเป็นยังไง ผมอยากซื้อตรงไหนก็ซื้อ อยากซื้อเท่าไหร่ กี่ใบ พอใจเราก็ซื้อ มาถามย้อนหลังว่าแม่ค้าหน้าตาเป็นยังไง ก็จำไม่ได้แทบทุกครั้ง นอกจากแม่ค้าที่เห็นหน้าเห็นตาบ่อยๆ นั่นแหละถึงจะจำได้”

เรื่องผู้การสุทธิ ชวงแรกมีประเด็นผู้การสุทธิมาเกี่ยวข้อง เหมือนผู้การไปให้ความช่วยเหลือให้แก้สำนวน?
ทนายตั้ม : “เอาตามคำพิจารณามาดีกว่า มีการสั่งการให้ตำรวจทำสำนวนให้กลมกลืน มีการเรียกเข้าไปหาหลายครั้ง และมีการแก้ไขกันหลายครั้ง”

ผู้การจะโดนมั้ย?
ทนายตั้ม : “ตอนนี้เขากำลังสรุปสำนวน เพื่อมีความเห็นส่งพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง”

ถ้าสั่งไม่ฟ้อง?
ทนายตั้ม : “โห ถ้าสั่งไม่ฟ้องเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ผมมากเลยนะ ถ้ากองปราบจะสั่งไม่ฟ้อง ผมคิดว่าต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเพราะอะไร แต่ผมคิดว่าคงใกล้แล้ว ใกล้สรุปสำนวนแล้ว เห็นติดต่อมาให้ไปเป็นพยาน ไปเซ็นเอกสารอะไรนี่แหละ กองปราบติดต่อมา”

กองปราบไปจับครูปรีชา เรื่องนี้จบหรือยัง?
ทนายตั้ม : “เรื่องนี้ก็ยังไม่ไปถึงไหน ยังอยู่กองปราบเหมือนกัน เรื่องนี้มันเป็นข้อกฎหมาย ไปเกี่ยวกับปปช.ด้วย เพราะเป็นความผิดเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน ส่งไปปปช. ปปช.ตีคืนมา ตอนแรกส่งอัยการก่อน อัยการบอกว่ามันเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่กระทำความผิดให้ส่งเรื่องไปที่ปปช. กองปราบก็ส่งไปที่ปปช. ปปช.ก็ตีกลับมาที่กองปราบอีกรอบ

ตอนนี้อยู่ในช่วงการพิจารณาอยู่ มี 3 คดีใหญ่ๆ คดีแรกเกี่ยวกับผู้การสุทธิ 157 เรื่องสนับสนุน 157 คดีครูปรีชา และป้าบ้าบิ่นสองคนที่ถูกดำเนินคดีด้วย น่าจะป้าพัชด้วยล่ะมั้ง คดี 157 และคดีสนับสนุน และอีกคดี ครูปรีชาถูกดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นรับโทษทางอาญา ร่วมกับป้าบ้าบิ่น นี่อีกหนึ่งคดี

และคดีนายแผนที่อยู่กองปราบ ให้การเท็จ กลั่นแกล้งผูอื่นรับโทษทางอาญา นี่คือสามคดีใหญ่อยู่ที่กองปราบ กำลังนำสืบสำนวน ต้องรอดูว่าจะมีความเห็นยังไง ก็วุ่นวายครับ คดีเล็ก คดีน้อยเต็มไปหมด”

ลุงขึ้นมั้ยที่ผ่านมา?
ลุงจรูญ : “บางครั้ง อยากพูดเยอะ ในเรื่องที่ตัวเองประสบมาเยอะแยะ ตั้งแต่วันแรกที่มีเรื่องมีราว ส่วนหนึ่งก็เล่าให้ฟังทั้งหมด ที่ไปเจอพนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวนบ้าง เจอผู้ยิ่งใหญ่ประจำจังหวัด ในสิ่งที่ผมเจอมา ผมไม่คิดเลยนะว่าจะได้เจอในชีวิตผม”

เป็นตร. แล้วผิดหวัง?
ลุงจรูญ : “ผมผิดหวัง ทั้งที่ความจริงใจของผม ผมก็ยังรักสีกากีอยู่ สำหรับผมมันเข้าไปอยู่ในสายเลือด แต่พอเจอลักษณะแบบนี้กับตัวเองทั้งที่มันไม่น่าเจอกับสีเดียวกัน ความคับแค้นใจ ความเกลียดชังเข้าไปอยู่ในสายเลือดผมเลยนะ ตอนนี้ก็คลายไปเยอะ แต่ที่คลายเพราะความจริงมันออกมาเยอะแล้ว”

เงินเอาไปทำอะไร?
ลุงจรูญ : “เงินส่วนหนึ่งที่ผมตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก วาดโครงการไว้สวยหรู จะเอาไปทำบ้าน ห้องแถวให้เขาเช้าที่บ้านเกิดที่อุทัยธานี ไม่ได้หนีใครนะ พ่อแม่ยังอยู่กาญจนบุรี แล้วที่กาญจนบุรีอยากทำเป็นไร่นาส่ว่นผสม แต่แผนที่ตั้งใจล้มไปหมดเลย”

วันนี้ล่ะ ได้กลับคืนมาแล้ว 24 ล้าน?
ลุงจรูญ : “ก็ต้องปรึกษาครอบครัวก่อนว่าเราจะกลับไปทำอย่างที่เราตั้งใจไว้มากน้อยแค่ไหน บางส่วนก็กลับไปสานต่อ บางส่วนที่ตั้งใจจะทำแล้วไม่ได้ทำ ก็ต้องปรึกษาเขาก่อน”

มีคนพูดเยอะแยะ ทนายมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้แน่ๆ?
ทนายตั้ม : “เคยได้ยิน ต้องบอกก่อนว่าตรงนี้ยังไม่มีข้อตกลงกับลุงจรูญเลยว่าจะมีค่าทนายเท่าไหร่ หลังจบแล้วคุณหนุ่มถามลุงจรูญดีกว่า”

ลุงให้มั้ยค่าทนาย?
ลุงจรูญ : “ร่วมงานกันมาขนาดนี้ ถ้าเราไม่มีน้ำใจเอาซะเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

สัก 25 ล้านได้มั้ย?
ลุงจรูญ : “มันต้องมี เดี๋ยวเราต้องคุยกันก่อน เราจะมีน้ำใจแบบไหน มันต้องมีอยู่แล้ว อย่าเรียกว่าค่าทนาย เรียกว่าตอบแทนน้ำใจที่เขามาช่วย”

เห็นบอกจะมีเงินก้อนนึงทำบุญ?
ลุงจรูญ : “ตรงนั้นเห็นทนายเขามีความตั้งใจ เยอะแยะไปหมดเลย เราเห็นความตั้งใจดี ก็อยากจะทำบุญร่วมกันแค่นั้นเอง”

ทำบุญอะไร?
ลุงจรูญ : “คุณลุงเขาเคยเปรยกับผมไว้ ว่าโครงการที่ผมทำ โครงการพี่สอนน้อง ไปสอนกฎหมายตามที่ต่างๆ เราจัดให้โรงเรียนฟรีอยู่แล้ว คุณลุงก็เลยอยากมาช่วยเหลือโครงการนี้ เพื่อให้โครงการดำเนินการต่อไปได้”

จะฟ้องกลับมั้ย?
ลุงจรูญ : “ถ้าคนที่รู้ตัวเองตั้งแต่แรกว่าผิดแล้วยังฝืนทำ สมควรได้รับโทษมั้ย รู้ตัวเองว่าสิ่งที่กำลังทำมันผิดอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำ มันควรได้รับโทษ ผมพูดสั้นๆ ดีกว่า ไม่งั้นมันไม่หลาบจำ เดี๋ยวก็เป็นตัวอย่างให้คนอื่นเขาทำตามอีก”

ทนายตั้มมองยังไง?
ทนายตั้ม : “แล้วแต่คุณลุง ถ้าคุณลุงอยากดำเนินคดี ผมก็จัดการให้อยู่แล้ว แต่ว่าหลังที่ผมโพสต์มีแฟนเพจติดตามมาเยอะ คอมเมนต์เมื่อวาน 7 พันคอมเมนต์ มาดีใจกับลุงจรูญและเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าควรเอาเรื่อง ไม่งั้นจะมีพฤติกรรมเลียนแบบแบบนี้ไปอีก”

ฟ้องหมดมั้ย ปรีชา บ้าบิ่น เกียว ยกแผงมั้ย?
ทนายตั้ม : “ก็น่าจะเกินจากที่คุณหนุ่มพูด ใครก็แล้วแต่ไปเป็นพยานเท็จก็มีความผิดแล้ว”

ป้าอยากให้ฟ้องมั้ย?
ป้าลาวัลย์ : “ยืนยันคำพูดของลุง เขาโหดร้ายเกินไป ถ้าเขาทำสำเร็จ คิดกลับกันว่าครอบครัวของป้าจะเป็นยังไง ใจคอเขาโหดร้ายมาก”

ลุงอยากจะพูดอะไร?
ลุงจรูญ : “ต้องขอบคุณศาล ความหวังที่พึ่งสุดท้าย ขอบคุณสื่อที่ช่วยขุดค้นหาความจริง ถ้าผมไม่ได้สื่อตั้งแต่แรกๆ ก็คงลำบาก ผมกับครอบครัว ก็ขอบคุณมา ณ ที่นี้ ขอบคณศาล ขอบคุณสื่อ เอฟซีกองเชียร์ทั้งหลาย ขอบคุณครับ (ยกมือไหว้)”

ป้าลาวัลย์ : “ขอบคุณคนที่เข้าใจครอบครัวเรา ขอบคุณสื่อ ทนายตั้มและทีมงาน ขอบคุณทนายอาคมที่เข้ามาช่วยครอบครัวเรา และขอบคุณครอบครัวที่ไม่เคยปล่อยมือกันเลย”