พรรคจิ๋ว ลั่น ไม่คิดยุบพรรค ซ้ำรอย ‘ไพบูลย์’ ปิดกิจการ น้อมนำคำสอนพระพุทธเจ้า

178
“หมอระวี” ลั่นไม่คิดยุบพรรค ย้ำจุดยืนต่างจากพรปช. ยอมเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล ถ้าทำดี พร้อมส่งเสริม แต่ถ้าผิดไม่เอาด้วย หนุนเศรษฐกิจใหม่ปลดแอก เชื่ออยู่ฝ่ายไหนก็ทำงานได้

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกระแสพรรคเล็กยุบตัวเองไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐว่า ในส่วนของพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่เคยคิดยุบพรรคไปรวมกับพรรคการเมืองใด เพราะการก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่มาจากความต้องการที่จะสร้างการเมืองใหม่ ใช้คุณธรรมนำการเมือง ยึดความซื่อสัตย์สุจริต มีแนวทางเป็นของตัวเอง

เมื่อเข้าร่วมรัฐบาลเราก็ยังรักษาความเป็นตัวตน และมีบทบาททางการเมืองได้ ดังจะเห็นได้จากการผลักดันให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา การขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และ รถไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎร หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า กรรมาธิการศึกษาค่าโง่ทางด่วน และ กำลังจะผลักดันให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งบทบาทเหล่านี้เราสามารถทำได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัด แตกต่างจากการไปเป็นส.ส.ในสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ ที่ต้องปฏิบัติตามกรอบที่พรรคขีดให้

“พรรคเรามีจุดยืนนโยบายหลายข้อที่พลังธรรมใหม่กับพลังประชารัฐต่างกัน เรายินดีแค่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้มีรัฐบาลที่ทำดีในการบริหารประเทศ ถ้าทำไม่ดี เราก็ออก นี่คือจุดยืนของพลังธรรมใหม่เราเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล แต่เราทำทุกอย่างโดยมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่วันสองวันก็ออกมาแถลงด่ารัฐบาล อย่างนี้ไม่มี

เราจะทำทุกอย่าง แต่ที่เราจะออกมาเคลื่อนไหวคือช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหา ป้องกันการทุจริต ปราบปรามคอร์รัปชั่น อย่างเรื่องแก้ปัญหาพลังงาน เราจะช่วยรัฐบาล เราไม่ได้ขัดรัฐบาล เราเสริมรัฐบาล มีคนมาคอยดูให้ มีคนมาจุดประกายให้รัฐบาล มันเสริมกัน ไม่ได้ขัดกันเลย” นพ.ระวี กล่าว

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า พรรคพลังธรรมใหม่จะเป็นตัวแทนประชาชนในการท้วงติง คัดท้ายเรือให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น การดำรงอยู่ของพรรคเล็ก จึงมีความหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

นพ.ระวี ยังกล่าวสนับสนุนแนวคิดของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ประกาศตัวปลดแอกออกจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน เพื่อทำงานการเมืองอย่างอิสระ สิ่งไหนเห็นด้วยกับฝ่ายค้านก็เคลื่อนไหวด้วยกัน แต่ถ้าสิ่งใดที่รัฐบาลทำดีแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องคัดค้าน

ซึ่งเป็นแนวทางการเมืองรูปแบบที่จะทำให้สภาเป็นที่ทำงานของตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง โดยไม่แบ่งแยกความเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งการกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของแต่ละพรรคว่าเดินหน้าได้ตามเจตจำนงที่วางไว้หรือไม่