7 คนไทย รับจ้างปลูกกัญชาที่แอฟริกา ติดโรคมาลาเรียสายพันธุ์ดุ กักตัวดูอาการ

202

จากกรณีชายไทยป่วย มาลาเรีย เสียชีวิตหลังกลับจากแอฟริกากลาง ซึ่งพบว่ามีคนไทยกลุ่มเดียวกันอีก 8 ราย โดยกลับมารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร 1 ราย รักษาที่แอฟริกากลาง 3 ราย และกำลังกลับอีก 4 รายตามที้เสนอไปก่อนหน้านั้น

วันที่ 24 ส.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ ว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยโรคมาลาเรียที่สถาบันบำราศนราดูร โดยผู้ป่วยรายแรกที่มารักษาตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้หายเป็นปกติ และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

จากการซักประวัติ ทราบว่า มีเพื่อนที่เดินทางไปพร้อมกันเพื่อไปรับจ้างปลูกกัญชาในแอฟริกากลาง อีก 7 ราย น่าจะป่วยด้วย จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับตัวทั้ง 7 รายจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทันทีที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย เข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ทั้ง 7 รายเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น ที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จากนั้นจึงได้ส่งต่อทั้งหมดมาที่สถาบันบำราศนราดูร เพื่อตรวจยืนยันและให้การดูแลรักษา ตามมาตรฐานทางการแพทย์ต่อไป

เบื้องต้นพบว่าทั้ง 7 ราย มีอุณหภูมิร่างกายปกติ ไม่มีไข้ ความดันโลหิต และสัญญาณชีพอื่นๆ ปกติดี มีเพียงบางรายที่มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย เนื่องจากเหนื่อยล้าจากการเดินทาง จากการซักประวัติเบื้องต้น ในจำนวน 7 รายนี้ มี 2 รายที่มีประวัติป่วยด้วยโรคมาลาเรียและได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง 3 วัน คือ ระหว่างวันที่ 16-18 ส.ค. 2562

ส่วนที่เหลืออีก 5 ราย แพทย์ได้ฉีดยาป้องกันโรคมาลาเรียแล้วจำนวน 3 เข็ม โดยนำทั้งหมดไว้ในห้องคัดแยกโรคเพื่อดูอาการ และรอผลทางห้องปฏิบัติการเพื่อทำการรักษาต่อไป

ด้านนพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า เชื้อมาลาเรียที่ตรวจพบน่าจะเป็นเชื้อมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียม ฟัลซิปารัม ซึ่งพบมากในแอฟริกา โดยเชื้อชนิดนี้เมื่อมีการติดเชื้อจะขึ้นสมอง มีความรุนแรงมาก หากไม่ได้รับการรักษา อย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้