‘ชวน’ ปาฐกถาพิเศษ ชี้ไทยเหลื่อมล้ำชัด การศึกษายังมีปัญหา ต้องเน้นสร้างคนดี

147

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับสมาคมนักศึกษาเก่า สพบ. ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานปาฐกถาพิเศษ “นิด้ากับการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” และร่วมแสดงความยินดีกับนักศึกษาเก่าที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา ภายใต้ธีมงาน “Proud to be NDA” โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่การกระทรวงพาณิชย์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ร่วมปาฐกถา

ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า ในวาระครบรอบการสถาปนา 53 ปี ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และโอกาสที่นักศึกษาเก่าของสถาบันจำนวนมากได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารประเทศ ผู้บริหารองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน นิด้า และสมาคมนักศึกษาเก่า สพบ.ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงจัดงานขึ้นเพื่อสร้างและรักษาเครือข่ายความสัมพันธ์กับนักศึกษาเก่า Proud to be NIDA เป็นกิจกรรมแรกของการสร้างและสานความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันกับนักศึกษาเก่า เพื่อรับฟังปาฐกถาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร และรัฐมนตรีที่เป็นศิษย์เก่าของสถาบัน รวมถึงเพื่อส่งมอบงานวิจัยเชิงนโยบาย (Policy Research) ที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาประเทศของคณาจารย์สถาบันให้แก่รัฐบาล และทางสถาบันจะส่งมอบงานวิจัยเชิงนโยบาย ของคณาจารย์ต่อรัฐบาล 9 ด้าน ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม

ด้านนายชวน กล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำชัดเจนในเรื่องรายได้ ไม่ใช่เพราะคนจนจนกว่าเดิมมาก แต่เป็นเพราะคนรวยรวยกว่าเดิมมาก แต่หากมองทุกประเทศจะพบว่าไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีนโยบายแล้วคนจะรวยทั้งประเทศ แต่สิ่งที่จะทำให้คนเกิดความเท่าเทียมกันคือ การมีกฎหมายและกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติแบบเดียวกัน

นายชวน กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการศึกษา ต้องยอมรับว่าบ้านเรายังมีปัญหา ซึ่งหลายคนจบการศึกษา จากสถาบันที่ดี จบไปสามารถช่วยประเทศชาติแก้ไขปัญหาได้ แต่สิ่งที่ต้องเน้นย้ำในขณะนี้ คือ สถาบันต้องสร้างคนดีด้วย ไม่ใช่เพียงแค่มีความรู้อย่างเดียว เพื่อให้ทุกคนตระหนักว่า ตัวเองมีหน้าที่อย่างไร เพราะทุกวันนี้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป เช่น การเมืองระดับท้องถิ่นยังคงมีการซื้อเสียงใช่หรือไม่, หน่วยงานภาครัฐยังโกงกินงบประมาณราชการแผ่นดินหรือไม่ เหล่านี้จึงต้องมาทบทวนว่าคนที่เรียนจบจากสถาบันการศึกษา มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต จริงหรือไม่ เพราะไม่อยากให้ผู้มีการศึกษาเป็นผู้ที่มาสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง ดังนั้นสถาบันการศึกษาก็มีส่วนสำคัญในการที่จะผลิตบุคลากรที่มีความรู้ และเป็นคนดีควบคู่กัน