ดญ.12 ลั่น แม่โกหก หลอนพี่สะใภ้พาลูกไปขายตัว ตาชี้ แม่เด็กป่วยทางจิตมานาน!

186

จากกรณีมีการร้องเรียนว่า เด็กหญิง ป.5 ถูกคนใกล้ชิด หลอกพาไปมีเพศสัมพันธ์ จนติดเชื้อซิฟิลิส โดยแม่เด็กเป็นคนกล่าวอ้าง ว่า พี่สะใภ้หลอกลูกสาวไปขายบริการ โดยให้ใช้ยาเสพติดด้วยนั้น

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ นายธนู ตามาพงษ์ ตาของน้องขวัญ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ น.ส.เอ (นามสมตติ) แม่ของน้องขวัญเล่ามานั้น ไม่เป็นความจริงเลย น.ส.เอ ตอนนี้ป่วยเป็นมีอาการทางจิตมาหลายปีแล้ว เคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา 2 ครั้ง ต่อมาไม่ได้รักษาต่อ จึงทำให้อาการกำเริบขึ้นมา

นายธนู กล่าวว่า เมื่อวันก่อน น.ส.เอ เรียกน้องขวัญไปคุยในห้อง จากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรเลย จากนั้นตกกลางคืน น.ส.เอ ก็โวยวาย บอกว่า น.ส.ส้ม พี่สะใภ้ พาน้องขวัญไปขายตัวที่บางแสน ตนก็ตกใจถามว่าเรื่องอะไร จากนั้น น.ส.เอ ก็ไปอะละวาดที่บ้านของ น.ส.ส้ม จากนั้นก็หายไป ต่อมาอีกวันหนึ่ง ก็มาบอกตน ว่า น้องขวัญ อยู่โรงพยาบาล รุ่งเช้าตนจึงได้ไปเยี่ยม แล้วน้องขวัญก็บอกตนว่า หลังจากนี้ไม่ต้องให้แม่มาเยี่ยมแล้ว เพราะมาทีไรก็ทุบตีน้องตลอด ส่วน น.ส.เอ ก็ไม่ยอมให้ใครเข้าเยี่ยมเลย

นายธนู กล่าวทิ้งท้าย ก่อนหน้านี้เราก็ทราบมาว่าน้องขวัญมีเพื่อนผู้ชายบ้าง เป็นธรรมดา วันเสาร์ อาทิตย์ ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน ตนทำงานกลับมาก็ดึก จึงไม่ทราบเรื่องส่วนตัวมากนัก

ด้าน พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ. พระสมุทรเจดีย์ กล่าวว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) แม่ของ น้องบี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรพระสมุทรเจดีย์เมื่อวานที่ผ่านมาจริง แต่ไม่ได้นำหลักฐานผลการป่วยของลูกสาวมายืนยันกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นการแจ้งความปากเปล่าเท่านั้น โดยตำรวจอยู่ระหว่างการรอเข้าสอบปากคำน้องขวัญ ร่วมกับสหวิชาชีพ และ รอผลการตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อหาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.อนันต์ กล่าวอีกว่า โดยเบื้องต้นนั้น น้องขวัญ ยืนยันว่าเรื่องราวที่แม่พูดมาไม่เป็นความจริงเลย ขณะเดียวกัน ทางตำรวจก็จะรวบรวมพยานหลักฐานว่าเรื่องราวดังกล่าว เข้าข่ายค้ามนุษย์หรือเป็นเพียงการกระทำชำเรากับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ก็จะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง หากเข้าข่ายความผิดใดความผิดหนึ่งก็จะต้องหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และหาก มีการสอบสวนอย่างละเอียดพบว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่เป็นความจริง ก็จะมีการดำเนินคดีกับ น.ส.เอ ในข้อหา แจ้งความเท็จ

ด้านเพื่อนบ้านนายหนึ่ง นามสมมติ เผยว่า แม่ของเด็กนั้นเคยเสพยาเสพติดไม่ค่อยดูแลลูกเท่าไหร่ เวลาลูกไม่เงินมังจะมาขอ น.ส.ส้ม พี่สะใภ้ที่ถูกกล่าวหาใช้จ่ายค่าอาหาร

ส่วนตัวแม่นั้นมีอาการทางประสาทจริงและเรียกว่าบ้าเลย ซึ่งตอนนี้ทาง นายธนู ตามาพงษ์ ลุงของเด็ก กำลังไปนำหลักฐานใบผลตรวจ ที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ว่าได้มีการมาได้รักษาเกี่ยวกับอาการทางประสาท ถึงขั้นจิกหัวแม่ตัวเองและจะนำมีดมาปาดคอ ก็เลยถูกจับไปอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณสามถึงสี่เดือน และยังเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ระยะที่ 3 ถึง 4 แล้ว

ตนเชื่อว่าแม่ของเด็กมีอาการหลอน โดยแม่ของเด็กเคยกล่าวหาว่า น.ส.ส้มพี่สะใภ้ ว่าไปแย่งสามีแม่ของเด็ก จนเป็นเรื่องราว แต่ไม่เป็นความจริง เนื่องจากแม่ของเด็กมีอาการหลอน