ดีป้า พบผู้นำเมืองทั่วประเทศ ผลักดันพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

วันนี้ (22 เม.ย.) ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นประธาน ได้จัดกิจกรรมเปิดตัว “Smart City Thailand Takeoff” เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2562 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครเมืองอัจฉริยะ พร้อมเผยแพร่แนวทางการขับเคลื่อนให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย ดีป้า ในฐานะเลขานุการร่วม ในคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้รับมอบหมายให้ประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครเมืองอัจฉริยะทุกภูมิภาคทั่วประเทศและส่งเสริมให้พื้นที่ได้รับการประกาศเขตเป็นพื้นที่ สมาร์ทซิตี้ ให้กับผู้นำเมือง หน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องด้านการพัฒนาเมือง ได้กำหนดจัดกิจกรรม “สมาร์ทซิตี้ไทยแลนด์โรดโชว์” (Smart City Thailand Road Show) ระหว่างเดือนเม.ย.-ก.ค.2562 จำนวน 6 ครั้ง ประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น ยะลา พิษณุโลก กระบี่ ชลบุรี และกรุงเทพฯ 

สำหรับกิจกรรมสำคัญ คือ การให้ข้อมูลภาพรวมโครงการ การแนะนำหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการสมัครเป็นเมืองอัจฉริยะ รวมถึงการอบรมเชิงปฎิบัติการเรื่องแนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะสร้างโอกาสครั้งสำคัญสำหรับเมืองต่างๆ ที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ทันสมัย โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง หน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยสนับสนุนและอำนวยความสะดวก หวังจะให้ประชาชนเข้าถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าไปพัฒนาและปรับเปลี่ยนกิจกรรม ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้มีการกำหนดตราสัญลักษณ์และประเภทของเมืองอัจฉริยะ โดยแบ่งออกเป็น 7 ด้าน ได้แก่ 1. เศรษฐกิจอัจฉริยะ 2. การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ 3.พลังงานอัจฉริยะ 4. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ 5.พลเมืองอัจฉริยะ  6.การดำรงชีวิตอัจฉริยะ และ 7.การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ 

"ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาเมืองเดิม โดยนำร่องในหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการพัฒนา รวม 7 จังหวัด 10 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ จากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน และความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่ ทำให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในพื้นที่นำร่อง มีความก้าวหน้า โดยสามารถถอดบทเรียน กำหนดปัจจัยความสำเร็จได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และเพิ่มเติมในส่วนเมืองใหม่ ใน 8 จังหวัด 15 พื้นที่ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th