‘เอคเซนเชอร์’ ชี้ผลสำรวจองค์กรกำลังเข้าสู่ช่วงหลังยุคดิจิทัล

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก


วันนี้( 25  เม.ย.) นายนนทวัฒน์  พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า  เอคเซนเชอร์ ได้จัดทำทำรายงาน รายงาน เอคเซนเชอร์ เทคโนโลยี วิชั่น 2019 ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นรายปี เพื่อคาดการณ์แนวโน้มหลักด้านเทคโนโลยีที่จะส่งผลต่อธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปีนี้มีหัวข้อว่า “โลกหลังยุคดิจิทัลอยู่เบื้องหน้าเราแล้ว – คุณพร้อมสำหรับอนาคตแล้วหรือยัง” (The Post-Digital Era is Upon Us – Are You Ready for What’s Next?)
 

ซึ่งเป็นการสำรวจจากผู้บริหารองค์กรทั่วโลก ทั้งองค์กรด้านไอที และ ภาคธุรกิจทั่วไป จำนวน 6,600   คน  จากทั่วโลก  รวมถึงผู้บริหารจากประเทศไทยด้วย ซึ่งผลสำรวจที่ออกมาถือว่าน่าสนใจ โดยชี้ให้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ กำลังก้าวเข้าสู่ช่วง “หลังยุคดิจิทัล” (post-digital era)  หลังจากที่ 5 ปีก่อน มีการพูดว่า ธุรกิจทุกธุรกิจ จะได้รับผลกระทบจากดิจิทัล ทรานฟอร์เมชั่น แต่มาถึงปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่ ถือเป็นเรื่องเก่าแล้ว เมื่อหลายองค์กรได้พัฒนาขีดความสามารถกันหมด จึงต้องสร้างความต่างเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ไม่ว่าจะเป็นการคิดโมเดลธุรกิจใหม่  สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และให้ความสำคัญกับบุลคคากร เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ
 
 
ทั้งนี้ผลสำรวจของ เอคเซนเชอร์ มองเห็น 5  เทรนหลัก ที่องค์กรตั้งเตรียมพร้อมรับมือ  คือ  1. DARQ Power: ทำความเข้าใจดีเอ็นเอของ DARQ เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เทคโนโลยี DARQ ได้แก่ Distributed ledger แบบบล็อกเชนที่กระจายข้อมูลเชื่อมโยงกัน, Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ, Extended reality ความเป็นจริงขยาย และ Quantum computing การประมวลผลควอนตัม ได้กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยผลักดันให้เกิดขีดความสามารถใหม่ ๆ ที่ไม่ธรรมดา และเปิดโลกให้ธุรกิจมองภาพรวมอุตสาหกรรมในมุมใหม่   
 
 
 2. Get to Know Me: ถอดรหัสลูกค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเข้าถึงโอกาสเฉพาะเจาะกลุ่ม ปฏิสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีได้ช่วยสร้างอัตลักษณ์ทางเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคแต่ละราย เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ และรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์

 
3. Human+ Worker:    โดยผู้บริหารกว่า ร้อยละ 71 เชื่อว่า พนักงานของตนมีความคุ้นเคยและเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากกว่าองค์กร ส่งผลให้คนทำงานต้องรอให้องค์กรของตนก้าวตามให้ทัน

 
 4. Secure Us to Secure Me: องค์กร ต้องตระหนักเรื่องสร้างมตารฐานความปลอดภัย ถือเป็นสิ่งสำคัญเมื่อต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศ

 
 5. MyMarkets:      ต้องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ทันที ในลักษณะ “เดี๋ยวนี้ ตอนนี้ ”เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปผู้บริโภคอาจไม่สนใจสินค้าของเราได้ก็ได้
 
 
 รายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่า นวัตกรรมสำหรับองค์กรในยุคหลังดิจิทัล หมายรวมถึงการหาทางพัฒนาโลกโดยเน้นคนเป็นสำคัญ และเลือกเวลาที่เหมาะสมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการ องค์กรได้เริ่มก้าวไปสู่โลกที่ต้องปรับตัวเองให้เข้ากับทุก ๆ สภาวการณ์ เป็นโลกที่ผลิตภัณฑ์ บริการ และแม้แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวผู้คน ก็ปรับเปลี่ยนให้ตรงกับตามความต้องการได้ และเป็นโลกที่ธุรกิจตอบโจทย์ของแต่ละบุคคล ทุก ๆ ด้านของชีวิตและการงาน สร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรม
 
 

นายนนทวัฒน์  กล่าวต่อว่า จาก 5   เทรนดังกล่างทำให้ทุกองค์กรมีความจำเป็นต้องปรับตัว โดยเฉพาะเรื่องทักษะของคนในองค์กร เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องพวกนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้เกิดการปรับกระบวนการทำงาน วัฒนธรรมขององค์กร เพื่อให้ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากที่สุด  ซึ่งถ้าองค์กรปรับไม่ทันมีความเสี่ยงที่จะแพ้ หรือธุรกิจใดปรับตัวได้เร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะ 
 
 
 สำหรับ ผลสำรวจเด่นที่ได้จากผู้บริหารไทย อาทิ ร้อยละ 95 ได้เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีในกลุ่ม DARQ (Distributed ledger แบบบล็อกเชนที่กระจายข้อมูลเชื่อมโยงกัน, Artificial intelligence ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ, Extended reality ความเป็นจริงขยาย และ Quantum computing) แล้ว หนึ่งประเภทหรือมากกว่านั้น  และร้อยละ 90 เห็นด้วยว่า โครงสร้างประชากรดิจิทัลทำให้องค์กรต้องใช้วิธีการใหม่ในการหาโอกาสทางการตลาดเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์

 
ร้อยละ 60 เห็นด้วยว่า พนักงานของตนมีความคุ้นเคยและเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากกว่าองค์กร ส่งผลให้คนทำงานต้อง “รอ” ให้องค์กรของตนก้าวตามให้ทัน และมีเพียงร้อยละ 28 เท่านั้นที่เผยว่า ทราบดีว่าพันธมิตรในระบบนิเวศของตนได้ดำเนินการอย่างจริงจังด้านมาตรฐานความปลอดภัย และมีความสามารถในการแก้ไขฟื้นฟู

 
ร้อยละ 95 ยอมรับว่าการบูรณาการทั้งการตอบโจทย์แต่ละบุคคลและการนำเสนอแบบเรียลไทม์เข้าด้วยกัน จะเป็นคลื่นลูกถัดไปของความได้เปรียบเชิงแข่งขันของธุรกิจ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานปีนี้ ติดตามได้ทาง www.accenture.com/technologyvision
 
 
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th