‘สนธิรัตน์’ ทุบโต๊ะ กบง. ล้มกฟผ. ประมูลแอลเอ็นจี – ดีเดย์บี10 เป็นน้ำมันพื้นฐานของปท. 1 ม.ค.63

310

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ทบทวนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) 1.5 ล้านตัน จากแผนเดิมกำหนดปริมาณนำเข้าภายในปี 2562 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อไม่ให้เกิดภาระไม่ใช้ก็ต้องจ่าย หรือ Take or Pay หลังพบว่าราคาแอลเอ็นจีตลาดจร (สปอต) ปรับลดลงเหลือ 4 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และมีแนวโน้มว่าราคาแอลเอ็นจีจะลดลงในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ขณะที่ปริมาณความต้องการใช้ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตามที่ได้ประมาณการไว้ก่อนหน้านี้ และให้กฟผ. จัดซื้อแอลเอ็นจีแบบตลาดสปอตสำหรับทดลองระบบการแข่งขัน ส่วนกรณีที่ บริษัท ปิโตนาส เป็นผู้ชนะประมูลแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตัน ในช่วงที่ผ่านมาให้กฟผ. ไปเจรจาต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบแนวทางส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ บี10 ทดแทนน้ำมันดีเซลเกรดธรรมดา บี7 โดยให้กำหนดราคาขายปลีกดีเซลฯ บี10 ต่ำกว่าน้ำมันดีเซล บี7 ลิตรละ 2 บาท ให้บี20 ต่ำกว่าบี7 ลิตรละ 3 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้น้ำมันดีเซลบี10 เป็นน้ำมันเกรดพื้นฐานของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป ส่วนดีเซลบี7 และบี20 จะเป็นน้ำมันทางเลือก

ทั้งนี้ จากแนวทางส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลเกรดพิเศษส่งผลให้น้ำมันดีเซลบี7 ต้องนำเงินส่งเข้ากองทุนบัญชีน้ำมันและเชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซลในอัตราเพิ่มขึ้น 75 สตางค์ต่อลิตร จากปัจจุบัน 50 สตางค์ต่อลิตร เหลือ 1.25 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ำมันดีเซลบี10 ได้รับการอุดหนุนเพิ่มขึ้นอีก 25 สตางค์ต่อลิตร จาก 35 สตางค์ต่อลิตร เป็น 60 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมันดีเซลบี20 ลดการอุดหนุนลง 2.75 บาทต่อลิตร จาก 4.20 บาทต่อลิตร เหลือ 1.45 บาทต่อลิตร โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) รับทราบต่อไป

โดยคาดว่าเดือนธ.คง 2562 จะสามารถผลิตน้ำมันดีเซลบี 10 ได้ 6,892,242 ลิตรต่อวัน โดยมีค่ายรถยนต์รับรองว่าใช้น้ำมันได้ประมาณ 5.2 ล้านคัน จากจำนวน 10.4 ล้านคัน หรือ 50% ของรถยนต์ดีเซลทั้งหมด สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรวม ณ วันที่ 25 ส.ค. 2562 อยู่ที่ 38,210 ล้านบาท

รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า ในทางปฏิบัติมติกบง.ครั้งนี้คือการยกเลิกการนำเข้าแอลเอ็นจี 1.5 ล้านตันของกฟผ. เพราะพบว่าสาเหตุที่กำหนดตัวเลขให้กฟผ. จัดหาแอลเอ็นจีดังกล่าวมาจากช่วงที่เตรียมการประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย 2 แหล่งคือ บงกช และเอราวัณ ระบบแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ปี 2558 มีความกังวลว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ และจะทำให้ไทยขาดแคลนก๊าซคิดเป็นปริมาณ 1.5 ล้านตัน แต่ปัจจุบันการประมูล 2 แหล่งก๊าซประสบความสำเร็จได้ผู้ชนะปริมาณแอลเอ็นจีดังกล่าว จึงคาดว่าจะเกินความต้องการ

ขณะเดียวกัน ตัวเลขซื้อก๊าซของกฟผ. 1.5 ล้านตันที่เป็นระยะยาว ยังกำหนดราคาไว้ค่อนข้างสูงคือ 7.5 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ขณะที่สปอตเพียง 4-5 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู สปอตจึงเหมาะสมกว่าเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าไฟในอนาคต โดยหลังจากนี้จะเสนอผลการพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมกพช.เดือนกันยานนต่อไป อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะทดลองนำเข้าแอลเอ็นจีปริมาณ 90,000 ตัน เพื่อใช้กับโรงไฟฟ้าวังน้อย หรือบางปะกง 20 วัน จากนั้นให้สรุปผลการดำเนินงานว่ามีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร และเสนอมาที่กระทรวงพลังงาน เพื่อใช้ประกอบนโยบายเสรีก๊าซธรรมชาติ หรือทีพีเอโค้ด