‘สนธิรัตน์’ ชงกพช. เดินหน้าโรงไฟฟ้าชุมชน – จ่อเคาะอุ้มค่าแก๊สคนจน พร้อมสกัดสวมรอยใช้สิทธิ

222

จ่อเคาะอุ้มค่าแก๊สคนจน – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 11 ก.ย. 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน มีวาระพิจารณากรอบแนวนโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โรงไฟฟ้าชุมชน) ส่งเสริมให้ชุมชนผลิตไฟฟ้าที่มีความหลากหลายตามศักยภาพของพื้นที่และเชื้อเพลิงทั้งก๊าซชีวภาพ, ชีวมวล และพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ

นอกจากนี้ จะเสนอกพช. เห็นชอบแนวทางส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้น้ำมันดีเซล บี10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 10% ทุกลิตร) เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพื้นฐาน แทนน้ำมันดีเซล บี7 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 7% ทุกลิตร) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยให้น้ำมันดีเซลบี7 และน้ำมันดีเซลบี20 เป็นน้ำมันทางเลือก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป และจะเสนอให้พิจารณากรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มีสาระสำคัญ เช่น กรอบเพดานการใช้วงเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 40,000 ล้านบาท

รายงานข่าวกระทรวงพลังงาน แจ้งว่า วันที่ 11 ก.ย.นี้ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน จะเป็นประธานหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐภาคพลังงาน ให้ได้ข้อสรุปก่อนเสนอนายสนธิรัตน์ พิจารณาและเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อให้รวบรวมอนุมัติใช้วันที่ 1 ต.ค.นี้ต่อไป ซึ่งเบื้องต้นแนวทางดำเนินการจะแยกความช่วยเหลือเป็น 2 ด้าน คือ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงได้รับเงินอุดหนุนค่าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) 45 บาทต่อ 3 เดือนไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนประชาชนผู้มีรายได้น้อยกลุ่มผู้ประกอบการหาบเร่ แผงลอย จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดเพิ่มเติมอีก 38 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม (ก.ก.) แต่ไม่เกิน 45 ก.ก.ต่อเดือน จากปัจจุบันได้รับเงินอุดหนุนค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือนอยู่แล้ว โดยขอให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) อุดหนุนราคาส่วนนี้ให้ แต่จะนำไปรวมไว้ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนจากที่ผ่านมามีร้านค้าบางแห่งเปิดร้านค้าหลายแห่งแล้วนำชื่อคนอื่นมาสวมรอยใช้สิทธิ และเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้ตรงจุดประสงค์ของรัฐบาล คาดจะมีร้านค้าที่ลงทะเบียนและเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 80,000 ราย