ศรีสุวรรณ จ่อยื่นศาลปกครอง ระงับโครงการถมทะเลมาบตาพุด 1,000 ไร่ ชี้กระทบรุนแรง

448
ศรีสุวรรณ จ่อยื่นศาลปกครอง ระงับโครงการถมทะเลมาบตาพุด 1,000 ไร่ ชี้กระทบรุนแรง

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า จากกรณีที่ ครม. มีมติเห็นชอบการลงทุนโครงการขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ตามที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เสนอ ในกรอบวงเงิน 55,400 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นงานขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่

แบ่งเป็นพื้นที่ถมทะเลหลังท่าเพื่อใช้งานประมาณ 550 ไร่ (เพื่อก่อสร้างท่าเรือ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงาน) พื้นที่บ่อเก็บกักตะกอนดินเลน ประมาณ 450 ไร่ ท่าเรือก๊าซ (พื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 1,415 เมตร) ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว 2 ท่า (พื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 814 เมตร) คลังสินค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ (พื้นที่ 150 ไร่)

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ในการถมทะเลดังกล่าวจะเพิ่มผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชายฝั่งทะเลและพื้นที่บนบก โดยเฉพาะกระทบกับทรัพยากรทางทะเลและวิถีทางการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวของชุมชนในบริเวณทะเลทะเลมาบตาพุด หาดแสงจันทร์ หาดพลา ให้เสียหายรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เพราะนับแต่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้เริ่มโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 1 ในปี พ.ศ. 2525 ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) เป็นต้นมาจวบจนปัจจุบันกว่า 30 ปีนั้น พบว่า จ.ระยอง ซึ่งเคยเป็นอัญมณีแห่งภาคตะวันออก กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมมลพิษ มีโรงงานอุตสาหกรรมมากว่า 2,000 โรง รวมถึงเกิดอุบัติภัยเกี่ยวภัยสารเคมีแพร่กระจายมากกว่า 40 ครั้ง

อาทิ ท่อส่งก๊าซคาร์บอนิลคลอไรด์เกิดการแตกรั่ว เรือบรรทุกแอมโมเนียมไนเตรทล่ม รถบรรทุกสารเคมีซีโฟร์พลิกคว่ำ ไฟไหม้โรงงานพลาสติก เกิดการรั่วไหลของสารระเหยอินทรีย์ เพลิงไหม้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล น้ำมันเตารั่วไหลลงทะเล ไฟไหม้ถังเก็บสารเอทิลีน รถบรรทุกกรดไฮโดรคลอริกเกิดระเบิดและรั่วไหล เหตุระเบิดที่โรงงานบรรจุก๊าซ และท่อส่งคิวมีนรั่วไหล รถขนโซดาไฟพลิกค่ำในลำคลอง แอมโมเนียรั่วไหลออกจากท่อส่งที่ผุกร่อน และสารเคมีประเภทวัตถุระเบิด และมีการลักลอบทิ้งกากของเสียที่ปรากฏเป็นข่าวนับไม่ถ้วน

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การที่ ครม.ขยายพื้นที่ด้วยการถมทะเลเพิ่ม แสดงถึงความมืดบอดของ ครม. ที่มองไม่เห็นทุกข์ภัยที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านและทรัพยากรทางทะเลที่เสียหายอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ขยายประโยชน์ของกลุ่มทุนอุตสาหกรรมเป็นที่ตั้ง ทั้งที่ชายทะเล ชายหาดถูกน้ำทะเลกันเซาะพังเสียหายอันเนื่องมาจากการถมทะเล แต่รัฐบาลและหน่วยงานที่มีหน้าที่เห็นชอบเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพ กลับไม่คำนึงถึงประชาชน สมาคมฯ และประชาชนชาวระยอง จะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อระงับโครงการดังกล่าวในเร็วๆ นี้ต่อไป