ทรัมป์มีแผนตั้ง ‘นาโตแห่งอาหรับ’ ไว้งัดข้อกับอิหร่าน

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ค. โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายราย ว่าทำเนียบขาวมีแผนจัดการประชุมร่วมกับอียิปต์ จอร์แดน และคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ ( จีซีซี ) อีก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) โอมาน กาตาร์ บาห์เรน และคูเวต ระหว่างวันที่ 12-13 ต.ค. นี้ ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้ง "กลุ่มพันธมิตรยุทธศาสตร์ตะวันออกกลาง" ( Middle East Strategic Alliance – MESA ) ซึ่งในตอนนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการด้วยว่า "นาโตแห่งอาหรับ" เพื่อเป็นกลไกทางการเมืองความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อเผชิญหน้ากับ "การคุกคาม" จากอิหร่าน แบบเดียวกับที่นาโตมีจุดยืนคนละฝ่ายกับรัสเซีย
 

Trump seeks to revive 'Arab NATO' to confront Iran https://t.co/mhWJkRiPRt pic.twitter.com/3Km558PZxQ

— Reuters Top News (@Reuters) July 27, 2018

ทั้งนี้ ทำเนียบขาวและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ( เอ็นเอสซี ) ยังสงวนท่าทีต่อรายงานดังกล่าว ซึ่งได้รับการเผยแพร่ออกมาในช่วงที่บรรยากาศของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างหนักครั้งใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ จากการสาดโคลนกันอย่างหนักผ่านวาจาและตัวอักษร ระหว่างฝ่ายสหรัฐคือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายไมเคิล ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี และนายโมฮัมหมัด จาวาด ซารีฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเด็นสำคัญเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลอวอชิงตันถอนตัวออกจากการเป็นภาคีข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ฉบับปี 2558 เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ต่อจากนั้นเพิ่มการวิ่งเต้นให้ประชาคมโลกยุติการซื้อขายน้ำมันดิบกับอิหร่านด้วย
 

Iran 'not the same country' after I withdrew US from horrible one-sided nuclear deal – Trump pic.twitter.com/GfTtLqAXHp

— Ruptly (@Ruptly) July 24, 2018

 

U.S. not pursuing regime change, collapse in Iran: Mattis https://t.co/bOO1G2WqeM pic.twitter.com/WgYaTBv1GX

— Reuters Top News (@Reuters) July 27, 2018


พล.อ. เจมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน

ด้านพล.ต.กัสเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ “คุดส์” ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) กล่าวเตือนสหรัฐด้วยว่า อิหร่านมีความพร้อมปกป้องอธิปไตยของตัวเองตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่ทรัมป์เป็นฝ่ายเปิดฉากสงครามกับอิหร่าน ไออาร์จีซีจะเป็นฝ่าย “ปิดฉาก” สงครามนั้นเอง ก่อนทิ้งท้ายว่าสงครามครั้งนี้จะเป็นการทำลาย “ทุกสิ่งที่สหรัฐมีอยู่” และ "เราอยู่ใกล้กันมากกว่าที่คิด" อย่างไรก็ตาม พล.อ. เจมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันไม่เคยมีแนวคิดเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองภายในอิหร่าน นโยบายที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันคือการกดดันให้รัฐบาลเตหะราน "ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม" เพื่อลดการเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลางเท่านั้น โดยเฉพาะด้านการทหาร ข่าวกรอง และการทำสงครามตัวแทน
 
นอกจากนี้ พล.อ. แมตทิสกล่าวปฏิเสธรายงานของสื่อออสเตรเลียหลายแห่ง ที่ระบุว่ามาตรการโจมตีทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่าน "จะเกิดขึ้นอย่างเร็สที่สุดภายในช่วงต้นเดือนส.ค. นี้" และรัฐบาลแคนเบอร์ราตอบรับเข้าร่วมภารกิจด้วย ว่า "เป็นเพียงนิยายเท่านั้น".
   

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th