4 ล้านคนในรัฐอัสสัมของอินเดียอาจกลายเป็น ‘คนไร้รัฐ’

Advertisement ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองคูวาหตี รัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ว่าสำนักทะเบียนราษฎร์แห่งชาติของอินเดีย เผยร่างแผนการสำรวจสำมะโนประชากรในรัฐอัสสัม ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ว่า “ชาวรัฐอัสสัมซึ่งมีสัญชาติอินเดีย” หมายถึงบุคคลที่สามารถแสดงหลักฐานอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร พิสูจน์ได้ว่าเข้ามาตั้งรกรากในรัฐอัสสัมภายในวันที่ 24 มี.ค. 2514 หรือ 1 วันก่อนการประกาศเอกราชของบังกลาเทศจากการทำสงครามแบ่งแยกดินแดนออกจากปากีสถาน ซึ่งเป็นสาระสำคัญของสนธิสัญญาอัสสัม ที่เป็นการลงนามเมื่อปี 2528 ระหว่างนายกรัฐมนตรีราจีฟ คานธี ผู้นำอินเดียในเวลานั้น กับแกนนำแนวร่วมฝ่ายต่อต้านผู้อพยพผิดกฎหมายในรัฐอัสสัม
 

About 4 million people in India's Assam state do not find their names in the final draft list of citizens published by authorities today https://t.co/YP1ik4FX9R pic.twitter.com/MiKoKb0jr6

— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 30, 2018

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาลหลบหนีความรุนแรงข้ามพรมแดนมายังรัฐอัสสัมซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ปัจจุบันรัฐอัสสัมมีจำนวนประชากรมากถึง 30 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของสำนักทะเบียนราษฎร์แห่งชาติระบุว่ามีพลเมืองประมาณ 4 ล้านคนในรัฐอัสสัม “ไม่เข้าข่าย” การถือสัญชาติอินเดียซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายเบงกาลี อย่างไรก็ตาม พลเมืองกลุ่มนี้สามารถอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.นี้เป็นต้นไป และเจ้าหน้าที่จะพิจารณาหลักฐานทั้งหมดก่อนประกาศรายชื่อสุดท้ายในเดือนธ.ค.นี้
 

Home Minister Rajnath Singh reacts to NRC, says 'It is only a draft and not the final list' pic.twitter.com/fIPhVlDz03

— TIMES NOW (@TimesNow) July 30, 2018

 

Bangladeshi immigrants will be sent back if NDA comes to power : Shri @narendramodi, Silchar, Assam, Feb 22, 2014 pic.twitter.com/ZGhG0xrPj1

— BJP (@BJP4India) July 30, 2018

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นตามนโยบายของพรรคภารติยะ ชนตะ ( บีเจพี ) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองชาตินิยมฝ่ายขวาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่ครองเสียงข้างมากในสภาแห่งรัฐอัสสัมด้วย โดยผู้นำอินเดียประกาศอย่างชัดเจนมาแล้วหลายครั้ง เรื่องการเนรเทศ “ผู้อพยพผิดกฎหมาย” ซึ่งในกรณีนี้แน่นอนว่าบังกลาเทศต้องคัดค้าน และหากการผลักดันพลเมือง 4 ลเนคนนี้ออกจากรัฐอัสสัมจริง มีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในภูมิภาคเช่นเดียวกับสถานการณ์ของชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ของเมียนมา.
 

ที่มาของเนื้อหา : www.dailynews.co.th